สาว ๆ ทราบหรือไม่ว่าการมาของประจำเดือนที่ไม่ปกติ มันสามารถเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพบางอย่างให้กับเราได้ เรื่องประจำเดือนจัดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวสาว ๆ เป็นอย่างมาก แต่หลายคนมักจะมองข้ามความสำคัญ ความจริงแล้วการสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน ถือเป็นเรื่องดีมาก ๆ ดังนั้นเราจึงได้ยกเอา สัญญาณสุขภาพ ที่เกิดจากประจำเดือนผิดปกติ มาบอกต่อให้สาว ๆ คอยสังเกตตัวเอง ส่วนอาการแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติบ้าง ตามไปดูกันเลย

สัญญาณสุขภาพ ที่เกิดจากประจำเดือนผิดปกติ

เปรียนเทียบระเวลาการมีประจำเดือนแต่ละครั้ง

เปรียนเทียบระเวลาการมีประจำเดือนแต่ละครั้ง

อย่างแรกที่สาว ๆ ต้องสังเกตตัวเอง คือเริ่มสังเกตเวลาในการเป็นรอบเดือนแต่ละครั้ง ว่ามันช้าหรือเร็วกว่าปกติแบบโดดหรือไม่ อย่างเช่น ระยะเวลาเลือดประจำเดือนออกจะอยู่ในราว 4 – 6 วัน หากนานกว่า 7 วันถือว่าผิดปกติแล้ว หรือบางทีอาจจะมาในรูปแบบของปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละเดือนประมาณ 30 มล.ขึ้นไป แต่ถ้ามากกว่า 80 มล. ถือว่าผิดปกติเช่นกัน

สุดท้ายคือระยะห่างระหว่างประจำเดือนจะมีเวลาประมาณ 24 – 35 วัน เมื่อไหร่ก็ตามที่สาว ๆ มีลักษณะของประจำเดือนผิดไปจากที่กล่าวมาข้างต้น เช่น มีปริมาณมากกว่าปกติ, รอบของประจำเดือนมีระยะเร็วกว่า 24 วัน หรือช้ากว่า 35 วัน, มีประจำเดือนมากและนาน หรือมีไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็ให้ถือว่าเข้าข่ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้ว

ประจำเดือนไม่ปกติ คือแบบไหน

ประจำเดือนไม่ปกติ คือแบบไหน

ส่วนใหญ่แล้วทางการแพทย์จะแบ่งลักษณะของประจำเดือนแบบไม่ปกติออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือความผิดที่เกิดจากโครงสร้างของฮอร์โมนโดยตรง เยื่อบุโพรงมดลูกหรือเป็นโรคบางอย่างเกี่ยวกับสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ ส่วนประเภทที่สองมีสาเหตุมาจากโรคเลือดบางชนิด ที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการเลือดแข็งตัวช้า หยุดไหลได้ยาก หรือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างในโพรงมดลูก ส่วนวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความผิดปกติ หมออาจจะรักษาด้วยยา ฮอร์โมน หรือวิธีอื่น ๆ ตามแต่กรณี

การตรวจภายในช่วยได้

การตรวจภายในช่วยได้

การตรวจภายใน ถือเป็นตัวเลือก 1 อย่าง ที่ช่วยเช็กความผิดปกติของร่างกาย รวมถึงความผิดปกติของการมีประจำเดือนได้ ซึ่งเราเชื่อว่าสาว ๆ หลายคน น่าจะต้องคำถามว่า แล้วเราควรเริ่มตรวจภายใน ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วไม่มีกำหนดอายุที่แน่นอน แต่หากแต่งงานมีบุตรแล้วก็ควรตรวจภายในและตรวจคัดกรองปากมดลูกปีละหน ในกรณีที่อายุน้อยกว่า 45 ปี และไม่พบความผิดปกติในครั้งแรก ก็สามารถเว้นช่วงห่างในการตรวจประมาณ 3 – 5 ปีต่อครั้ง

อีกอย่างหนึ่งก็ให้ดูอาการผิดปกติของเราร่วมไปด้วย ว่ามันผิดปกติในลักษณไหน ตัวอย่างเช่น เลือดออกนอกรอบเดือน มีอาการปวดท้องน้อย หรือคลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย คุณหมอแนะนำว่าควรพบสูตินารีแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา และข้อสำคัญคือ หากพบอาการผิดปกติอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ยิ่งในปัจจุบันนี้มีสูตินารีแพทย์ที่เป็นหญิงมากขึ้น สาว ๆ สามารถเข้ารับการรักษาและรับคำปรึกษาได้อย่างสะดวกและสบายใจ

ถ้าสาว ๆ สังเกตดี ๆ จะพบว่าหลังจากที่เราหมดประจำเดือนไป 2 – 3 วัน จะยังมีเลือดออกแบบกะปิดกะปรอยอยู่บ้าง แบบนั้นไม่ถือว่าเป็นอาการผิดปกติ แต่ถ้าเลือดที่ออกมามีสีคล้ำกว่าปกติมาก ๆ ถือว่าผิดปกติหรือไม่ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ปกติทั่วไปประจำเดือนมักมามากในช่วง 1 – 2 วันแรก จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงจนกระทั่งจางหมดไป ในบางรายอาจมีลักษณะกะปริดกะปรอยบ้างซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด แต่หากมีเลือดประจำเดือนออกซ้ำหลังประจำเดือนหมดไปนานแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที

การกินยาคุม หรือยาเลื่อนประจำเดือน มีผลหรือไม่?

สาว ๆ หลายคนอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์ ที่ใช้ยาเข้าช่วยในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาคุมกำเนิด หรือยาเลื่อนประจำเดือน ข้อนี้คุณหมอบอกว่า ในบางรายจะมีกระทบบ้างแต่ก็ไม่เป็นอันตรายรุนแรง เช่น อาจเกิดอาการแพ้ยาคุมกำเนิด แต่โดยทั่วไปไม่มีผลกระทบหากใช้ยาภายใตคำแนะนำ และการควบคุมของแพทย์ ดังนั้นสาว ๆ ก็ไม่ควรไปซื้อยามาใช้เอง ถ้าอยากสวยขอแนะนำว่าไปพึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่ากันเยอะ

สรุปโดยรวมสัญญาณผิดปกติของของการมีประจำเดือน อาจส่งผลกับสุขภาพได้หลายด้าน ซึ่งสาว ๆ ต้องเป็นคนที่เช็กอาการผิดปกติต่าง ๆ ด้วยตัวเอง หากพบว่าเลือดออกเกินปกติ หรือเลือดมีสีที่ผิดไปจากเดิม ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยด่วน

สาระดีๆจากทาง healthlifegang.com ที่ได้นำมาแนะนำและมอบสิ่งดีๆให้กับทุกคน