“ ซิฟิลิส ” เป็นโรคต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง โดยปกติจะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับโรคเอดส์ หลายคนรู้จักเจ้าโรคนี้ในชื่อ “โรคลำยอง” เพราะในฉากจบของละครทองเนื้อเก้า  ตัวละครที่ชื่อลำยองชอบมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายนับครั้งไม่ถ้วน ประกอบกับชอบดื่มสราในขณะตั้งครรภ์ ทำให้สุดท้ายต้องติดเชื้อที่สภาพน่ากลัวที่เรียกว่าการติดเชื้อซิฟิลิส จึงเป็นที่มาของโรคลำยองนั่นเอง การเกิดเชื้อของซิฟิลิสเริ่มต้นจากบาดแผล ซึ่งมักพบได้ที่อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก ลักษณะของแพผลจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือเรียกว่าแผลริมแข็ง  การแพร่กระจายสามารถผ่านการสัมผัสทางบาดแผลหรือเยื่อบุต่าง ๆ เมื่อได้รับเชื้อแล้วอาจจะตรวจหาได้ยาก ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรตามไปดูได้ที่  “ ซิฟิลิส ” มหัตภัยจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมกับ healthlifegang.com กันได้เลย

          สาเหตุของโรคนี้

            เชื้อซิฟิลิสเกิดจากแบคทีเรียชีนิดหนึ่งชื่อว่า ทรีโพนีมา แพลลิดัม สามารถเข้าสู่บาดแผลเล็ก ๆ หรือเยื่อบุต่าง ๆ  อาการของแผลจะไม่รู้สึกเจ็บ เรียกว่าแผลริมแข็ง แต่ไม่มีการแสดงของอาการออกมาให้เห็นชัด และเป็นเรื้อรังนานกว่า 2 ปี ถึงแม้ว่าจะรักษาหายแล้วก็กลับมาเป็นได้เหมือนเดิม ซึ่งพบได้ในราว 10-15%

                หลายคนมีความเชื่อผิด ๆ ว่าโรคซิฟิลิส มีการติดเชื้อที่คล้ายโรคเอดส์ คือ ติดต่อจากการใส่เสื้อผ้าร่วมกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน รับประทานอาหารภาชนะเดียวกัน จากลูกบิดประตู แต่แท้จริงแล้วการติดเชื้อซิฟิลิส ไม่ได้มีสาเหตุกจากการติดเชื้อโดยใช้ของร่วมกัน การเกิดเชื้อสามารถเกิดจากปัจจัยหลัก จากการสัมผัสตรงกับบริเวณที่มีการติดเชื้ออยู่ขณะนั้น ได้แก่น การจูบ เป็นต้น

        ระยะของอาการซิฟิลิส

                 ซิฟิลิสส่วนใหญ่พบได้ทั้งชายทั้งหญิง โดยอาการของโรคนี้จะแสดงเป็น 4 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะแรก

เชื้อซิฟิลิสจะเข้าทางเยื่อบุ แผลขนาดเล็ก ที่เรียกว่า แผลริมแข็ง โดยแผลริมแข็งจะเกิดหลังจากเชื้อเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลา 3 สัปดาห์ สำหรับผู้ชายจะเกิดแผลริมแข็งบริเวณปลาย หรือลำอวัยวะเพศ ส่วนเพศหญิงจะเกิดในบริเวณช่องคลอด หรืออาจะมีแผลซ่อนบริเวณช่องคลอด เนื่องจากแผลยังไม่แสดงอาการปวด ทำให้ผู้ป่วยบางคนไม่รู้ตัว

  • ระยะที่ 2

เมื่อแผลริมแข็งหายดีแล้ว ผู้ป่วยแสดงอาการอย่างชัดเจน คือ มีผื่นขึ้นบริเวณทั่วร่างกาย ตามตัว ตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า บางรายอาจจะมีอาการแผลนูนบริเวณอวัยวะเพศด้วย และแสดงอาการแทรกซ้อนต่อไปนี้

  • อาการปวดกล้ามเนื้อ
  • ไข้
  • เจ็บคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต

                        ถึงแม้ว่าอาการเหล่าจะหายได้เอง แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก

  • ระยะที่ 3 หรือระยะแฝง 

ซิฟิลิสในระยะนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาเป็นอย่างดี อาจจะทำให้ติดเชื้อหนักกว่าเดิม โดยที่เกิดการบาดเจ็บของสมอง ระบบประสาท ตา หัวใจ เส้นเลือด ตับ กระดูกและข้อ และตัวเชื้อสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ครรภ์ได้ ซึ่งทารกที่ออกจากท้องแม่เกิดโรคปากแหว่งเพดานโหว่ การได้ยินผิดปกติ โครงสร้างฟันปกติ โครงสร้างจมูกผิดปกติ

  • ระยะที่ 4 หรือระยะ Tertiary

ระยะที่ 4 จะกินเวลาหลังการได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย  2 – 3ปี โดยที่จะไปทำลายอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่นระบบหลอดเลือดและหัวใจ ระบบประสาท ส่งผลให้ หูหนวกตาบอด กระดูกหัก ถ้าได้รับการรักษาไม่ทันอาจจะทำให้ระบบและอวัยวะในร่างกายถูกทำลาย เกินกว่าที่จะกลับมาเป็นปกติได้ เด็กในครรภ์ที่เกิดมาอาจจะพิการ เสียชีวิตในครรภ์ หรือผู้ติดเชื้ออาจจะเสียชีวิตก็ได้

       วิธีการป้องกันจากการติดเชื้อซิฟิลิส

  1. สวมถุงยางทุกครั้งที่มีการเพศสัมพันธ์
  2. ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยจนเกินไป
  3. หากรู้ตัวว่ามีแผลริมแข็งควรพบแพทย์ทันที
  4. ถ้าติดเชื้อซิฟิลิสแต่ไม่แสดงอาการก็ควรไปพบแพทย์โดยด่วน
  5. ถ้าได้รับการรักษาโรคและให้ยา ควรจะไปพบแพทย์สม่ำเสมอและทานยาอย่างต่อเนื่อง

       เห็นถึงมหันตภัยของการติดเชื้อของ “ ซิฟิลิส ” มหัตภัยจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม กันยังครับทุกคน ว่าน่ากลัวแค่ไหน ดังนั้นการที่จะมีเพศสัมพันธ์กับใครสักคนก็ควรที่เลือกคนเดียวเท่านั้น ไม่สำส่อนกับหลายคน สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อที่จะให้ตนเองพ้นจากการติดเชื้อซิฟิลิส แต่ถ้าใครรู้ตัวว่ามีแผลริมแข็งหรือคาดว่าจะติดเชื้อก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อที่วางแผนการรักษาก่อนที่จะสายเกินแก้

อ่านบทความที่น่าสนใจ

ตอนนี้สถานการณ์การแพร่ของโควิด-19 ของหลายจังหวัด ก็อยู่ในระดับที่ทรงตัวแล้ว หลายจังหวัดก็เริ่มเปิดโรงเรียนตามปกติแล้ว กทม.ไฟเขียว ! 8 กิจการที่สามารถคลายล็อกได้ ส่วนจะมีกิจการไหนบ้าง ติดตามไปพร้อมกันเลยครับ

กทม.ไฟเขียว ! คลายล็อก 8 กิจการ
กทม.ไฟเขียว ! 8 กิจการที่สามารถคลายล็อกได้